บันทึกความสำเร็จ "เน็ตอาสา"

บันทึกความสำเร็จ
จากความมุ่งมั่น บนเส้นทาง

เน็ตอาสา

กับก้าวย่างไปข้างหน้า
ในปี 2020

โดย สรายุทธ์ บุญเลิศกุล
ผู้อำนวยการโครงการ ดีแทค เน็ตอาสา

  • ตอนที่ 1
  • ตอนที่ 2
  • ตอนที่ 3
  • ตอนที่ 4
  • ตอนที่ 5

พัฒนากำลังคนดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนการค้าออนไลน์

เดือนมกราคม 2562 เปิดศักราชใหม่กับการทุ่มสรรพกำลัง ในการพัฒนาบุคลากร กศน. จากทั่วประเทศ 77 จังหวัด ให้มีศักยภาพความพร้อมทางความคิด และแนวทางในการส่งเสริมประชาชนคนไทยทั่วประเทศ ฉกฉวยผลประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลที่ถูกเชื่อมโยงร้อยเรียงผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั่วทุกอณูของประเทศไทยด้วยการริเริ่มความคิดและการลงมือทำการค้าออนไลน์ เป้าหมายสำคัญ คือ การเสริมช่องทาง สร้างรายได้ ขยายโอกาสด้วยคาดหวังต่อการสร้างรอยยิ้มให้กับเกษตรกร ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ พ่อค้า คนเดินดิน แน่นอนว่า ความสำเร็จจะต้องเริ่มจากการลงมือทำ การลงมือทำจะสำเร็จได้ คนลงมือทำจะต้องมีศักยภาพความพร้อม ทั้งมีความคิด ความกล้า ความมุ่งมั่นตั้งใจ ซึ่งเราต้องร่วมมือกับคนในโครงสร้างสำคัญของประเทศ นั่นก็คือบุคลากรทางการศึกษา และแน่นอนว่าบุคลากรของสำนักงาน กศน. ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ จำนวน 7,424 ตำบล จึงเป็นเป้าหมายสำคัญของการริเริ่มพัฒนาจากปี 2558 “การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล” หรือ Digital Literacy ได้ถูกยกระดับ ขยายวงของการร่วมมือประชารัฐ สู่ “การส่งเสริมเศรษฐกิจผู้ประกอบการในชุมชนท้องถิ่น” หรือ Online Commerce ในปี 2559 ดังนั้น วาระสำคัญของการขับเคลื่อน Digital Thailand 2019 จึงถูกตั้งเป้าหมายในการเปิดตลาดการค้าออนไลน์ หรือ Online Commerce ในระดับชุมชน จึงถูกขับเคลื่อนผ่านการอบรมพัฒนาศักยภาพวิทยากรแกนนำ หรือครู ก ในด้านการค้าออนไลน์ โดยการติดอาวุธด้านการพัฒนามูลค่าของสินค้าด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการโปรโมทด้านการค้าออนไลน์ให้กับครู ก ระดับจังหวัด จำนวน 250 คน และขยายการอบรมสู่วิทยากรแกนนำระดับอำเภอ และวิทยากรแกนนำระดับตำบล รวมจำนวนกว่า 10,000 คนจากทั่วประเทศ เพื่อให้วิทยากรแกนนำเหล่านี้ไปขยายผลในด้านการค้าออนไลน์ให้ประชาชนในพื้นที่การทำงานของตนเอง จำนวน 2 กลุ่ม รวม 30 คน ทำให้การปั้นผู้ประกอบการออนไลน์ในระดับชุมชนกว่า 200,000 รายเกิดขึ้นได้พร้อมกันทั่วประเทศภายในเวลา 1 – 2 เดือน ซึ่งเมื่อรวมกับกับตัวเลขของผู้ประกอบการค้าออนไลน์ในระบบที่ได้มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานมาก่อนหน้านั้น ตัวเลขผู้ประกอบการออนไลน์ในเครือข่ายวิทยากรแกนนำของ กศน. มีจำนวนรวมกว่า 340,000 ร้านค้า โดยหากผู้ประกอบการออนไลน์เหล่านี้ทำรายได้เพียง 1,000 บาทต่อเดือน ก็สามารถสร้างรายได้รวมทั้งประเทศถึงเดือนละ 340,000,000 บาท ซึ่งในความเป็นจริงมีผู้ประกอบการออนไลน์หลายรายที่มีรายได้จากการขายสินค้าออนไลน์เกินกว่าเดือนละ 100,000 บาท ตัวเลขรายได้เหล่านี้ จึงมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเพราะมีความหมายว่าเกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระบบฐานรากเดือนละไม่น้อยกว่า 34,000,000,000 บาทเลยทีเดียว ซึ่งกรณีเช่นนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตลาดการค้าออฟไลน์ในประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลง เงียบเหงา ซบเซา เพราะการจับจ่ายของผู้คนกระจายไปทั่วประเทศผ่านตลาดการค้าออนไลน์ โดยมีผู้ประกอบการลอจิสติกส์ เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการในการเร่งอัตราการเติบโตของตลาดการค้าออนไลน์ กล่าวโดยสรุปได้ว่าความสำเร็จของการค้าออนไลน์ ต้องใช้พลังขับเคลื่อนจากบุคลากรในการกระตุ้นให้ประชาชนทั่วทุกชุมชนริเริ่ม เพิ่มประสบการณ์ สร้างรายได้ หมุนเวียนทางธุรกิจในชุมชนด้วยการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือในการเพิ่มช่อง ทางสร้างรายได้ ขยายโอกาส

จัดวางต้นแบบสื่อดิจิทัลขับเคลื่อนกระบวนดิจิทัลไทยแลนด์

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลให้ไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ไม่เพียงต้องลงมือทำอย่างมีแบบแผน และจริงจังกับการลองผิดลองถูก ยังจะต้องสร้างกระแสการรับรู้ในวงกว้างผ่านสื่อออนไลน์ในหลากรูปแบบครอบคลุมทุกมิติอย่างเป็นระบบ จึงได้มีการริเริ่มขับเคลื่อนการทำงานของสื่อออนไลน์ที่เรียกตัวเองว่า “ดีนิวส์” อันมีรากฐานมาจาก “ข่าวดี” ในรูปของสำนักข่าวออนไลน์ คือ “สำนักข่าวดีนิวส์” โดยเป็นมิติการทำงานข่าวภาคสนามที่ผสมผสานระหว่าง มีเดีย กับดิจิทัล โดยใช้คุณสมบัติพิเศษของสมาร์ทโฟน และสื่อออนไลน์ในการผลิตสื่อดิจิทัล แล้วนำเสนอผ่านช่องทาง 4.0 ในรูปของ Dnews TV 4.0” ประเดิมการทำงานด้วยสัมภาษณ์บุคคลสำคัญอย่างเช่น รองนายกรัฐมนตรี พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย และบุคคลสำคัญต่าง ๆ มากมาย และเพื่อให้การขับเคลื่อนการนำข่าวดีจากชุมชนขึ้นสู่ออนไลน์ จำเป็นต้องมีการพัฒนาศักยภาพคนในชุมชนทำหน้าที่เป็น “ผู้สื่อข่าวออนไลน์” นำเสนอข้อมูลข่าวสารดี ๆ จากชุมชน ชี้เป้าข้อมูลข่าวสารในชุมชนให้คนภายนอกรับรู้โดยใช้ออนไลน์เป็นเครื่องมือในการทำให้ชุมชนของตนเองเป็นที่รู้จัก ในเดือนมกราคม 2562 จึงเปิดโครงการจัดอบรมเครือข่ายข่าวดี DNews Network” ขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีบุคคลสำคัญ 3 ท่านให้เกียรติมาเป็นประธานร่วมในการเปิดโครงการ คือ นางอเล็กซานดร้า ไรซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ dtac นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และพลอากาศโทธนพันธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ต่อเนื่องถึงเดือนเมษายน 2562 จึงได้มีการขยายการอบรมเพื่อพัฒนาเครือข่าย DNews Network ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น และระนอง ซึ่งเป็นการจัดวางโครงสร้างของเครือข่ายข่าวดีในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อเชื่อมโยงการรับรู้ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ รวมทั้งเป็นช่องทางในการกระจายข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ป้องกันการตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีจากกระบวนการปล่อยข่าวปลอม ข่าวลวง ข่าวเทียม ข่าวลือ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อในการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์จากการแชร์ข่าวปลอมดังกล่าว ซึ่งแนวทางการขับเคลื่อนเครือข่ายข่าวดีนี้จะเป็นประโยชน์ของผู้คน ชุมชนในแต่ละจังหวัดที่สามารถมีเครือข่ายข่าวดีเป็นช่องทางการนำเสนอข้อมูลข่าวดีให้เป็นที่รู้จักบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอข้อมูลแปลกใหม่ ของดี สินค้าดี ของแปลกในแต่ละชุมชน จะทำให้เกิดข้อมูลคอนเทนส์ใหม่ ๆ บนโลกของข้อมูลข่าวสารออนไลน์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในชุมชน

ยกระดับสินค้า การค้าในชุมชน สร้างความยั่งยืนด้วยตลาดการค้าออนไลน์

เป็นที่ทราบกันดีว่าในแต่ละชุมชนของประเทศไทย ล้วนมีอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ นวัตวิถีที่โดดเด่น แตกต่าง ผสมผสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม และแหล่งท่องเที่ยวแปลกตา แต่ด้วยข้อจำกัดของสื่อหลักที่ไม่อาจนำเสนอข้อมูลข่าวสารของแต่ละชุมชนให้เป็นที่รู้จักได้ ทำให้ของดีในหลายชุมชนถูกซุกซ่อนไว้ในพื้นที่ป่าชนบทห่างไกล แน่นอนว่ามีทั้งสินค้าชุมชน การค้าการขายในชุมชนที่ไม่เคยเชื่อมโยงกับโลกภายนอก ดังนั้น กระบวนทัศน์ของการขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย หากต้องการเชื่อมโยงดิจิทัลไปถึงผู้คนในรากหญ้า จำเป็นที่จะต้องเข้าไปถึงชุมชน เข้าให้ถึงข้อมูล ไปให้ถึงแหล่งผลิต จึงเลือกเป้าหมายนำร่องไปที่ชุมชนที่ผลิตผ้าไหม-ผ้าทอ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลสินค้าผ้าทอในชุมชน แล้วรวบรวมข้อมูลนำขึ้นเปิดเพจร้านค้าออนไลน์ เชื่อมโยงชุมชนกับสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งแน่นอนว่าจังหวัดทางภาคอีสานหลายชุมชนเป็นแหล่งกำเนิดผ้าทอ-ผ้าไหมขึ้นชื่อในความสวยสดงดงาม มีตำนาน อย่างเช่น “ชุมชนบ้านหนองแข้” อันเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ในอำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ซึ่งครั้งหนึ่ง “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปยังชุมชนแห่งนี้ เพื่อทอดพระเนตรผ้าไหมทอมือของ “ป้าทุ้ม-ป้าไท้” ตำนานของผ้าไหมทอมืออันเป็นที่มาของฉลองพระองค์ที่งดงามชินตาของพสกนิกรชาวไทย และกลายเป็นชุมชนที่ถูกขับเคลื่อนโดยโครงการพระราชดำริ ก่อให้เกิดการสืบสาน พัฒนาต่อยอดมาสู่คนรุ่นปัจจุบันอย่างยั่งยืน แต่ด้วยยังมีข้อจำกัดของการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ทำให้ผ้าไหมทอมือจากคนในชุมชนแห่งนี้กว่า 120 หลังคาเรือน ไม่อาจก้าวไปสู่ตลาดการค้าที่กว้างไกลได้ โครงการ ดีแทค เน็ตอาสา จึงได้ส่งทีมทำงานลงไปประสานงานความร่วมมือในพื้นที่เพื่อสำรวจความพร้อม และเก็บข้อมูลผู้ประกอบการในชุมชนจนได้ข้อสรุปว่ามีผู้ประกอบการที่พร้อมจะพัฒนาศักยภาพสู่ร้านค้าออนไลน์ จำนวน 66 ราย นอกจากนี้ยังเกิดผลพลอยได้ที่สำคัญ คือ ข้อมูลลายผ้าไหมทอมือ-ผ้าไหมย้อมครามนับ 100 ลาย อันเป็นประโยชน์ต่อการสื่อสารประชาสัมพันธ์ และวางแผนนำสินค้าเข้าสู่การยกระดับชุมชนแห่งนี้เป็นตลาดออนไลน์ซึ่งเป็นที่มาของการจัดกิจกรรมเปิด “ตลาดชุมชนออนไลน์” ขึ้นเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2562 โดยรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน มีรองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นตัวแทนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร นายวิทยา จันทร์ฉลอง ให้การต้อนรับ พร้อมกับประชาชนในพื้นที่กว่า 500 คน รวมทั้งมีส่วนราชการสำคัญ ๆ ในจังหวัดสกลนครนำสินค้า ผลงานมาจัดแสดง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 53 จังหวัดสกลนคร ซึ่งโครงการดีแทค เน็ตอาสาได้นำสินค้าออนไลน์ในโครงการ Smart School Shop ที่ทีมดีแทค เน็ตอาสาได้ทุ่มเทในการพัฒนาศักยภาพคุณครูและนักเรียนในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาสร้างรายได้ให้กับโรงเรียนตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีผ่านโครงการมูลนิธิ ทสรช. ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำให้โรงเรียนแห่งนี้มีรายได้จากการขายสินค้าผ่านออนไลน์ถึง 110,000 บาทในปีที่ผ่านมา สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นอันมาก รวมทั้งทำให้สินค้าผ้าไหมย้อมครามของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 53 จังหวัดสกลนคร เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

ยกระดับวิสาหกิจชุมชนสู่การพัฒนาต่อยอดด้านการค้าออนไลน์สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน หรือ SMEs เป็นผู้ประกอบการตัวเล็ก ที่มีข้อจำกัดมากมายหลายด้าน ทั้งในด้านองค์ความรู้ ด้านเงินทุน ด้านศักยภาพ ด้านการตลาด ซึ่งหากสามารถพัฒนาหรือยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการเหล่านี้ให้มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการทั่วไปในตลาดได้ ย่อมก่อให้เกิดกระแสการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในแต่ละจังหวัดได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ แน่นอนว่าจุดเริ่มต้นอันสำคัญที่จะทำให้ผู้ประกอบการเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ จะต้องกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และสร้างการยอมรับในการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัล หรือกระแสการค้าออนไลน์มาเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมช่องทางการตลาด คือ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมฐานราก ซึ่งการสร้างความร่วมมือกับตัวแทนกระทรวงการคลัง และกระทรวงอุตสาหกรรมที่ดูแลรับผิดชอบ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อย่าง ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME D Bank จึงมีความสำคัญต่อการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเหล่านี้ตื่นตัว และเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการธุรกิจของตนเองโดยใช้ดิจิทัลเทคโนโลยี สร้างการรับรู้ และสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ อันเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลธุรกิจกับตลาดการค้าออนไลน์อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพความพร้อมสามารถยกระดับเข้าสู่การสร้างตัวตนบนออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในผู้ประกอบการเอสเอ็มอีบางรายสามารถเพิ่มช่องทางการค้าออนไลน์สร้างช่องทางรายได้ใหม่เป็นในเวลาเดียวกันด้วย รวมทั้งพัฒนาธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยเข้ามาสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนในอัตราดอกเบี้ยต่ำ วงเงินสูง ระยะเวลาคืนเงินต้นนาน ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมโครงการได้รับผลประโยชน์ และได้รับการพัฒนาศักยภาพในด้านการบริหารจัดการธุรกิจยุคออนไลน์ เพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางการค้าด้วย

สนับสนุนการใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐ สร้างแบบอย่างต้นแบบชุมชนออนไลน์

นับตั้งแต่มีกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จนกระทั่งมีการตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมขึ้นมารับผิดชอบในการควบคุมทิศทางการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาพัฒนาประเทศ และการนำดิจิทัลมาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รัฐบาลได้มีการลดความเหลื่อมล้ำด้วยการนำโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปยังตำบล และหมู่บ้าน เพื่อกระตุ้นการใช้ประโยชน์ผ่านศูนย์การเรียนรู้ ไอซีที ชุมชน ก่อนที่จะยกระดับโครงข่ายอินเทอร์เน็ตสู่โครงการเน็ตประชารัฐ พร้อมกับการยกระดับศูนย์ดิจิทัลชุมชน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศกว่า 24,700 จุด แต่ละชุมชนแต่ละหมู่บ้านแม้จะมีบริการฟรีไวไฟจากจุดบริการเน็ตประชารัฐ หรือมีศูนย์ดิจิทัลชุมชน ก็ไม่อาจสร้างรายได้ ขยายโอกาสได้ หากไม่มีการพัฒนาศักยภาพ ยกระดับองค์ความรู้ หรือมีการเชื่อมโยงตลาดการค้าออนไลน์อย่างเป็นระบบ ประชาชนในพื้นที่ก็ยังมองไม่เห็นความจำเป็น หรือความคุ้มค่าของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอยู่เช่นเดิม ครั้นเมื่อเกิดการขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล อันเป็นความร่วมมือประชารัฐ ระหว่าง กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงาน กศน. และดีแทค แน่นอนว่าการตื่นตัวรับรู้การเปลี่ยนแปลงประสบการณ์ใหม่ในการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการปรับปรุงคุณภาพชีวิต และปรับปรุงกระบวนการในการทำมาหากิน ย่อมนำไปสู่การยกระดับความร่วมมือในการส่งเสริมเศรษฐกิจผู้ประกอบการในชุมชนท้องถิ่น ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงศึกษาธิการ  และดีแทค ความร่วมมือครานี้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ คือ การยกระดับการค้าออนไลน์ในชุมชน แน่นอนว่าการจะทำให้ชุมชนที่อยู่ห่างไกล ยากต่อการเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตจะต้องอาศัยการลงทุนจากภาครัฐ นั่นก็คือ การใช้ประโยชน์จากจุดบริการเน็ตประชารัฐในการเรียนรู้การประกอบอาชีพ ตัวอย่างเช่น เกษตรกรต้องการเรียนรู้การทำการเกษตรสมัยใหม่ ก็สามารถใช้จุดบริการเน็ตประชารัฐได้ หรือผู้ประกอบการที่ต้องการขายสินค้าการเกษตร สินค้าเกษตรแปรรูปผ่านตลาดการค้าออนไลน์ หากในหมู่บ้าน หรือชุมชนของตนเองมีจุดบริการเน็ตประชารัฐ ก็สามารถเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตผ่านฟรีไวไฟได้ ส่วนการขาดซึ่งองค์ความรู้ในการค้นหาข้อมูล การใช้อินเทอร์เน็ต การค้าออนไลน์ ก็สามารถติดต่อประสานงานโครงการดีแทค เน็ตอาสาไปดำเนินการอบรมให้ความรู้ พัฒนาศักยภาพได้ทุกชุมชน ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างของชุมชน 4.0 อย่างชุมชนท่าสำโรง อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท หรือชุมชนวัดลาดบัวขาว อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา แม้กระทั่งชุมชนบ้านคลองป่าไม้ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ประชาชนในชุมชนหมู่บ้านที่เป็นที่ตั้งจุดบริการเน็ตประชารัฐ ย่อมมีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพตนเองมากกว่าชุมชนที่ไม่มีจุดบริการเน็ตประชารัฐ

Success report from the determination on the road of
“NetArsa”
and move forward to 2020

by Sarayut Bunlertkul,

Director of dtac NetArsa project

  • PART 1
  • PART 2
  • PART 3
  • PART 4
  • PART 5

Human development on the digital period for progression online trade

On January 2019, a new era and mobilization to personal development at non-formal education over the country 77 province cause of thinking ability and support popularity in Thailand. Grab a benefit from digital technology link to internet network over the country by intuitiveness and making online practice trade. The main aim is “enhance opportunity, make money, expand opportunity,” which expects to make any farmer, merchant, people smile. Of course, the success beginning with doing practice for creating success. Doing action must have prepared the ability to include thinking, braving, a determination, which we must cooperate with people in the country. That is educational personnel. And of course, it is instructional personnel at non-formal education 7,424 sub-district over the country which is a primary target to development since 2015 “Supporting lifelong learning by digital technology.” Improved Digital Literacy, extend to pracharat cooperation “Supporting entrepreneur economy in the local community” or online commerce in 2016.Therefore, the main agenda of propelling digital Thailand 2019 aims to open an online trade market or online business in community drive training by lecturer leader or Master tutor who expert in online trade. The main is to give a good value development knowledge by using digital technology to promote online business with 250 Master tutor in the province and expand training to 10,000 lecturer leaders in district and sub-district over the country. The two groups of 30 lecturer leaders will expend online trade knowledge to popularity in their location, which creates more than 200,000 new online entrepreneurs over the country within 1-2 months. When total with a register number of an online entrepreneur which operated previously, the number of an online entrepreneur in lecturer leaders network of non-formal education have 340,000 shops. If these online entrepreneurs have income 1,000 bath/month only, It can make money over the country as 340,000,000 bath/month. Most online entrepreneurs have income more than 100,000 bath/month. These income number is essential to drive the fundamental economy because of a significant circular economy not less than 34,000,000,000 baths. In this case, it is no surprise that the online market in Thailand has changed, lonely, dull due to the people buy a good for the online market. The logistic entrepreneur is a leading official supporter to hasten online market grown-up. A summary is the success of online trade needs to the power of drive from personal to encourage people to begin, increase experience, make money to a circular business in the community by using technology as enhance opportunity, make money, expand opportunity.

Organize prototype of digital media to propel digital Thailand

To be successful in driving the economy and society, digital permanence, not only doing by following the plan and do trial and error seriously. But it needs to make an aware trend to online media on a wide coverage area systematically. That is why beginning to drive online media work called “DNews,” which comes from “Good news” as an online news agency called “DNews agency,” which is a fieldwork dimension between media and digital by using special features on smartphones and online media to produce digital media. Then present on 4.0 as a “Dnews TV 4.0” begins an interview with essential persons such as ACM. Prajin Juntong, Deputy Prime Minister and Ministry of Digital Economy and Society, Dr. Pichet Durongkaveroj, Permanent Secretary of Digital Economy, Miss. Atcharin Phatthanaphanchai, Permanent Secretary for the Ministry of Digital Economy and Society and other famous persons. For bringing good news from the community online, it is essential to develop people’s potential in the community as an “online reporter” presentation in good news from the city, target news in the community to make sure that outsider acknowledges by online tools to know about their community. Therefore, on January 2019, opening the training “Dnews Network” in Chiang Mai. There are three important persons honor cooperation as chairman to the opening ceremony, such as Mrs. Alexandra Reich, Chief Executive Officer of Total Access Communication Public Company Limited, or dtac, Mrs. Vunnaporn Devahastin, Deputy Permanent Secretary of the digital economy and AM. Thanapant Raicharoen, Deputy Secretary National Broadcasting and Telecommunication Commission. Therefore,extending training for develop Dnews network to region over the country on February 2019 to April 2019 such as Chiang Mai, KhonKaen and Ranong,which is organize network structure of Dnews in other province link to getting public news. It includes disseminating accurate news. Protection becomes the tool for adversary’s fake news, fraud news, rumors which people may become victim to do illegal according to Thai cyber law. The ways of driving the Dnews network useful for people in the community in each province bring into online good news. Especially new matter, products in each community become new online content, which is a benefit to supporting the travel economy in the community.

Improve the products, community trade, build permanence by online trade market

It is well-known that any community in Thailand has an identity, entity, innovation blend to a fabulous and different place. But with a limitation of primary media may not present news to be known community. Therefore, the product in many communities concealed at far away rural. Of course, there are many community products, not link to outside the world. Thus, a paradigm in driving policy of digital economy in Thailand, if we use a digital connection to grassroots people, it is essential to reach in the community, reach in data until the source of production. Then select the target reaching to silk-textile production in the community to manipulate textile products in the community and gather data to opening an online shop link to the community and social media. Many communities in E-san provinces are the origin of silk-textile, which famous as the beautiful product, legend such as “Ban Nong Khae,” the small village in Khok Si Suphan District, Sakon Nakhon Province. One day “Queen Sirikit” proceed as personal in this community, for seeking handwoven silk of “Pa Toom-Pa Tai” the legend of beautiful Queen Sirikit’s clothes which look familiar for Thai people. And this community becomes a royal project lead to inheriting, continue to develop to the present generation. But with the limitation of public relations, the handwoven silk more than 120 households in this community may not forge a broad trade market. dtac NetArsa has sent team members to coordinate in the area to prepare and gather entrepreneur data in the community. The summary is there are 66 entrepreneurs with potential development. Furthermore, this will by-product as 100 designs in silk-textile, which useful to public relations and planning to improve this community to the online market. This cause by organizing activity “community online market” on 3 March 2019 by Deputy Prime Minister and Justice Minister. ACM. Prajin Juntong travel as a president of the event, Mrs.Vunnaporn Devahastin as a representation Ministry of Digital Economy and Society, and Mr. Wittaya Chanchalong,Sakon Nakhon provincial governor welcoming guest with 500 people in the community include government service in Sakon Nakhon province such as bring product and exhibit, especially Rajaprajanugroh 53 School, Sakon Nakhon province. dtac NetArsa brings online product from Smart School Shop project lead by dtac NetArsa team members which exert to develop teacher and student potential by using information technology to make money at school according to royal princess maha Chakri sirindhorn project as applied to information technology foundation collaborate by Ministry of Digital Economy and Society. This school has income from an online product 110,000 baths last year, which pride to related parties include silk product by Rajaprajanugroh 53 School, Sakon Nakhon province, as more well-known.

Improve community enterprise to continue to develop sustainable growth in the online market

Community enterprise entrepreneurs or SMEs are small entrepreneurs who have many limitations, include knowledge, capital, potential, marketing. If entrepreneurs develop or improve strength, they will be competing with other entrepreneurs in the market. So this will make a circular economy in each province. Of course, it essential that changing entrepreneurs are encouraged them to change and make them apply with digital technology or using the trend of online trading as a tool to promote opportunity. That is the origin of changing the primary industry. The cooperation with a representation of Ministry of Finance and Ministry of Industry which responsible in small and medium enterprise such as SME development bank or SME D bank is essential to encourage these entrepreneurs awareness and changing self-management in business by using digital technology, create acknowledge and create identity online which link to business data and online market. This result in entrepreneurs to have the potential to improve identification online efficiently. Some SMEs entrepreneurs can add their opportunity by creating a new online market at the same time, which supports by SME development bank that reaches low interest, high financial amount, long-time returning principal. It brings to benefit from entrepreneurs and receive potential development in online business management, increase competition ability.

Supporting usability from net pracharat, build a prototype of online community

Since establishing the Ministry of Information and Communication Technology until establishing the Ministry of Digital Economy and Society, which responsible for directing information technology to develop and bring digital to improve the economy and society. The government has reduced inequality by using high-speed internet to sub-district and village for encouraging the benefit used to knowledge center, ICT, community before improving internet network to net pracharat project with improving digital community center for creating awareness to people over the country more than 24,700 areas. In each community and village, although having wifi net pracharat service or digital community center, this cannot make money, extend opportunity. If there is not potential development, improve knowledge, or link to the online market. The people in the area still don’t understand this project or value of using digital technology, which supports by pracharat between the Ministry of Information and Communication Technology,non-formal education bureau, and dtac. Of course, awareness of changing new experience to using the internet for improve quality life and work lead to improve cooperation entrepreneurs financial promotion in the community between Ministry of Digital Economy and Society, Ministry of Agriculture and Cooperatives, Ministry of Commerce, Ministry of Education and dtac. This cooperation results in essential change, that is, improve the online trade community. Of course, the community which far away from reaching the internet relies on public investment. Namely, usability from net pracharat spot to learning career. For example, the farmers need to learn modern agriculture so that they can use the net pracharat service spot. The entrepreneurs who want selling agricultural products, processed agricultural products to the online market, if there is a net pracharat spot in the village or community, so they can reach the free wifi internet. If there is a lack of searching knowledge,using the internet, online trade, they can contact to dtac NetArsa to training, potential development in every community. In the case of community, 4.0 can see from Ta Samrong community, Sankhaburi District, Chainat Province, or Lat Bua Khao Temple community, Bang Khla District, Chachoengsao province. Even the banklongpamai community, Klaeng District, Rayong province. The community people who have a net pracharat spot can reach the opportunity self-development more than non-net pracharat spot communities.